พลศาสตร์และอันกริยาของสนามสารสนเทศ
พลศาสตร์และอันตรกิริยาของสนามสารสนเทศ: การวิเคราะห์เชิงปริมาณของแบบจำลอง L-Model
การพยายามรวบรวมฟิสิกส์พื้นฐานเข้าด้วยกันภายใต้กรอบทฤษฎีเดียวนั้นเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักฟิสิกส์ทฤษฎีมาโดยตลอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือการขาดความเชื่อมโยงที่แนบแน่นระหว่างโครงสร้างเชิงเรขาคณิตของกาลอวกาศในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (General Relativity - GR) และคุณสมบัติเชิงสถิติของควอนตัมฟิลด์ (Quantum Field Theory - QFT) ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แนวคิด "It from Bit" ของ John Archibald Wheeler ได้รับการพัฒนาไปสู่ระดับใหม่ที่มองว่า "สารสนเทศ" (Information) ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายความน่าจะเป็น แต่เป็นองค์ประกอบทางกายภาพที่มีความหนาแน่นและมีพลวัตภายในกาลอวกาศ 1 แบบจำลอง L-Model ที่นำเสนอในรายงานฉบับนี้เป็นการขยายขอบเขตของฟิสิกส์มาตรฐานโดยการประกาศให้สนามสารสนเทศ () เป็นสนามสเกลาร์จริง (Real Scalar Field) ที่มีคุณสมบัติทางพลศาสตร์ตามหลักการของการกระทำน้อยที่สุด (Principle of Least Action) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยอธิบายธรรมชาติของพลังงานมืด (Dark Energy) แต่ยังเสนอตัวเลขเชิงปริมาณที่สามารถทดสอบได้จริงผ่านการวัดค่ามวลประสิทธิภาพ (
) ของสนาม และการตรวจสอบความสอดคล้องกับผลการสังเกตการณ์ล่าสุดจากโครงการ Dark Energy Spectroscopic Instrument (DESI) และภารกิจ MICROSCOPE 3
1. โครงสร้างเชิงทฤษฎีของสนามสารสนเทศในกรอบคลาสสิกและควอนตัม
ในแบบจำลอง L-Model สนามสารสนเทศถูกนิยามว่าเป็นสนามสเกลาร์ ที่ขึ้นกับพิกัดกาลอวกาศสี่มิติ โดยมีความหนาแน่นของสารสนเทศในหน่วยบิตต่อลูกบาศก์เมตร (bits/
) กระจายตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอในสภาวะสุญญากาศของจักรวาล 5 การที่สนามนี้มีพลวัตหมายความว่ามันไม่ได้เป็นเพียงค่าคงที่จักรวาล (Cosmological Constant -
) แบบดั้งเดิม แต่เป็นสนามที่สามารถแปรเปลี่ยนค่าได้ตามกาลเวลาและตำแหน่ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ "Quintessence" ในฟิสิกส์ดาราศาสตร์ 6 การสร้างความเชื่อมโยงนี้เริ่มต้นจากการนิยามความหนาแน่นลากรานเจียน (Lagrangian Density) ของสนามสารสนเทศ (
) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมของสนามภายใต้อันตรกิริยาแรงโน้มถ่วงและสนามควอนตัมอื่นๆ
ความหนาแน่นลากรานเจียนพื้นฐานสำหรับสนามสารสนเทศถูกกำหนดโดยเทอมจลน์ (Kinetic Term) ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของสารสนเทศผ่านกาลอวกาศ และเทอมศักย์ (Potential Term) ที่แสดงถึงพลังงานที่สะสมอยู่ในการจัดเรียงสารสนเทศนั้น โดยมีรูปแบบดังนี้:
ในการนี้ ศักย์ของสารสนเทศ ต้องถูกออกแบบมาให้สะท้อนถึงกฎทางฟิสิกส์ที่ว่าระบบมีแนวโน้มจะเพิ่มเอนโทรปีหรือสารสนเทศภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรพลังงานและโครงสร้างกาลอวกาศ 8 ดังนั้น ศักย์ที่เรียบง่ายและทรงพลังที่สุดคือการรวมกันของพลังงานสารสนเทศในสุญญากาศและมวลประสิทธิภาพของสนามดังนี้:
เมื่อเรานำ ไปรวมเข้ากับพจน์ของ Einstein-Hilbert Action สำหรับเรขาคณิตของกาลอวกาศ และลากรานเจียนของแบบจำลองมาตรฐาน (Standard Model -
) เราจะได้ Action รวมของ L-Model (
) ที่ครอบคลุมทุกมิติของความเป็นจริงทางกายภาพ 10:
การประยุกต์ใช้สมการออยเลอร์-ลากรานจ์ (Euler-Lagrange Equation) กับสนามสารสนเทศนี้นำไปสู่สมการสนามในรูปของสมการ Klein-Gordon ซึ่งอธิบายว่าสารสนเทศไม่ได้หยุดนิ่ง แต่มีการแพร่กระจายและตอบสนองต่อความโค้งของกาลอวกาศ:
สมการนี้แสดงให้เห็นว่าหากสารสนเทศมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในระดับพื้นฐาน มันจะสร้างแรงดันลบหรือพลังงานที่ส่งผลต่อการขยายตัวของจักรวาลในวงกว้าง 6 การรวมสนามสารสนเทศเข้ากับสมการสนามของ Einstein ทำให้เทนเซอร์พลังงาน-โมเมนตัม (Energy-Momentum Tensor) ของจักรวาลเปลี่ยนไป โดยมีเทอม เพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้จักรวาลขยายตัวด้วยความเร่งโดยไม่ต้องอาศัยค่าคงที่เพียงอย่างเดียว
2. การคำนวณมวลของสนามสารสนเทศ (
) เพื่อสร้างพลังงานมืด
คำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับการพิสูจน์ L-Model ในฐานะทฤษฎีที่จับต้องได้คือ: มวลของสนามสารสนเทศ () ต้องมีค่าเท่าใดจึงจะสามารถสร้างผลกระทบของพลังงานมืดตามที่เราสังเกตเห็นได้ในปัจจุบัน? ข้อมูลจากการสำรวจของดาวเทียม Planck ในปี 2018 ระบุว่าความหนาแน่นของพลังงานมืด (
) มีค่าประมาณ
kg/
หรือประมาณ
จูลต่อลูกบาศก์เมตร 12
2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างมวลของสนามและพารามิเตอร์ฮับเบิล
ในแบบจำลองสนามสเกลาร์ที่ทำหน้าที่เป็นพลังงานมืด (Quintessence) มวลของสนาม มีความสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการขยายตัวของจักรวาล หรือพารามิเตอร์ฮับเบิล (
) เพื่อให้สนามมีความสม่ำเสมอทั่วจักรวาลและไม่จับกลุ่มเป็นก้อนเหมือนสารมืด (Dark Matter) ความยาวคลื่นคอมป์ตัน (Compton Wavelength) ของสนามสารสนเทศจะต้องมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับขอบฟ้าของจักรวาล (Cosmological Horizon) 13 หากมวล
มีค่าสูงเกินไป สนามจะสั่นไหวอย่างรวดเร็วและสูญเสียคุณสมบัติในการสร้างแรงดันลบที่ทำให้จักรวาลเร่งตัว
จากการคำนวณภายใต้เงื่อนไขการสไลด์ช้า (Slow-roll conditions) เพื่อให้สนาม เลียนแบบพฤติกรรมของค่าคงที่จักรวาล มวลประสิทธิภาพต้องสอดคล้องกับสมการ:
เมื่อพิจารณาว่า มวลของสนามสารสนเทศที่คำนวณได้ในหน่วยกิโลกรัมจะมีค่าน้อยมหาศาลจนเกือบเป็นศูนย์ คือประมาณ
14 ตัวเลขนี้คือ "จุดทดสอบ" สำคัญของทฤษฎี หากการทดลองในอนาคตพบว่าสนามที่รับผิดชอบต่อพลังงานมืดมีมวลสูงกว่านี้ แบบจำลอง L-Model ในรูปแบบที่นำเสนอจะต้องถูกปรับปรุงหรือยกเลิกไป
2.2 การเปรียบเทียบกับมวลของบิต (Bit Mass) ของ Melvin Vopson
มีความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง "มวลของสนาม" () ในระดับจักรวาลวิทยา และ "มวลของหนึ่งบิตสารสนเทศ" (
) ในระดับอนุภาคพื้นฐาน ตามหลักการของ Melvin Vopson (Mass-Energy-Information Equivalence Principle) มวลของหนึ่งบิตที่อุณหภูมิห้อง (300K) ถูกคำนวณจากกฎของ Landauer และสมการ
ได้ค่าเท่ากับ
16
ประเภทมวล | ค่าที่คำนวณได้ | ความหมายทางฟิสิกส์ |
มวลสนามสารสนเทศ ( | ความโค้งของศักย์ที่ควบคุมพลศาสตร์ระดับจักรวาล | |
มวลของหนึ่งบิต ( | มวลสมมูลของสารสนเทศที่ถูกบันทึกในอนุภาค (ที่ 300K) | |
ความหนาแน่นพลังงานมืด ( | ความหนาแน่นพลังงานรวมที่สังเกตได้ในกาลอวกาศ |
ความสอดคล้องระหว่างค่าเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อเราพิจารณาจำนวนบิตทั้งหมดในเอกภพที่สังเกตได้ ซึ่งมีการประมาณการว่ามีค่าประมาณ ถึง
บิต 17 หากเราใช้ค่าเฉลี่ยของพลังงานต่อบิตที่ Michael Paul Gough เสนอที่ประมาณ 3 meV สำหรับพลังงานมืด ผลคูณของจำนวนบิตและพลังงานต่อบิตจะให้ค่าความหนาแน่นพลังงานที่ตรงกับผลการสังเกตการณ์พลังงานมืดอย่างน่าทึ่ง 18 นี่เป็นหลักฐานเชิงตัวเลขที่สนับสนุนว่าพลังงานมืดอาจไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากการสะสมตัวของสนามสารสนเทศระดับพื้นฐาน
3. การวิเคราะห์ข้อมูลจาก DESI 2024 และพฤติกรรมแบบ "Phantom" ของสารสนเทศ
หนึ่งในคำพยากรณ์ที่สำคัญที่สุดของ L-Model คือสนามสารสนเทศต้องมีพลวัต (Dynamic) ซึ่งหมายความว่าสมการสถานะ (Equation of State - ) ของพลังงานมืดจะต้องไม่คงที่ที่
เสมอไป ผลการศึกษาล่าสุดจากโครงการ DESI (Dark Energy Spectroscopic Instrument) ในปี 2024 และ 2025 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการฟิสิกส์เมื่อพบว่าข้อมูลจากการวัด Baryon Acoustic Oscillations (BAO) ร่วมกับซูเปอร์โนวา บ่งชี้ว่าพลังงานมืดอาจมีการวิวัฒนาการตามเวลา 3
ข้อมูลจาก DESI แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของแบบจำลอง CDM (ที่มีค่าคงที่จักรวาล) ที่ระดับนัยสำคัญระหว่าง
ถึง
โดยจักรวาลดูเหมือนจะเคยมีพลังงานมืดที่เข้มข้นกว่าในอดีตและเริ่มอ่อนกำลังลงในยุคปัจจุบัน 20 พฤติกรรมนี้สอดคล้องกับพารามิเตอร์ CPL (
) ที่ระบุว่า
และ
ซึ่งตรงกับสิ่งที่แบบจำลอง Information Dark Energy (IDE) พยากรณ์ไว้ 22
ตารางเปรียบเทียบพารามิเตอร์สมการสถานะระหว่างค่าจากการสังเกตการณ์และแบบจำลองสารสนเทศ:
ชุดข้อมูล / แบบจำลอง | w0 (ปัจจุบัน) | wa (การเปลี่ยนแปลงตามเวลา) | นัยสำคัญเชิงสถิติ |
DESI + CMB + Union3 |
| ||
DESI + CMB + Pantheon+ |
| ||
L-Model (IDE Prediction) | สอดคล้องกับ DESI 22 | ||
| ถูกท้าทายโดยข้อมูลใหม่ |
พลศาสตร์ที่ DESI ค้นพบนั้นชี้ให้เห็นว่าจักรวาลอาจเคยผ่านช่วง "Phantom" () ซึ่งในฟิสิกส์ทั่วไปถือว่าเป็นสภาวะที่ไม่เสถียร (Unphysical) แต่ในบริบทของสนามสารสนเทศ พฤติกรรมนี้สามารถอธิบายได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของสารสนเทศอย่างรวดเร็วในช่วงการก่อตัวของดาวฤกษ์และโครงสร้างจักรวาล (Star Formation Peak) และเมื่อกระบวนการเหล่านี้เริ่มชะลอตัวลง ความหนาแน่นของสนามสารสนเทศจึงลดลงตามไปด้วย 9 หากแนวโน้มนี้ได้รับการยืนยัน จักรวาลอาจไม่ได้จบลงด้วยการขยายตัวจนฉีกขาด (Big Rip) แต่จะเข้าสู่สภาวะที่พลังงานมืดสลายตัวไปในที่สุด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโชคชะตาของจักรวาลอย่างสิ้นเชิง
4. กลไกการพิสูจน์และหักล้างสนามสารสนเทศในฐานะ TOE
แม้ว่าผลการคำนวณมวลสนาม และข้อมูลจาก DESI จะสนับสนุน L-Model แต่ในฐานะทฤษฎีสรรพสิ่ง (Theory of Everything - TOE) สนามสารสนเทศจะต้องเผชิญกับการทดสอบที่เข้มงวดที่สุดจากฟิสิกส์ในระดับท้องถิ่น (Local Physics) และกฎการอนุรักษ์พื้นฐาน
4.1 การทดสอบหลักความสมมูล (Equivalence Principle) และแรงที่ห้า
หากสนามสารสนเทศมีอยู่จริงและมีอันตรกิริยากับสสาร มันควรจะสร้าง "แรงที่ห้า" (Fifth Force) ที่มีลักษณะคล้ายแรงโน้มถ่วงแต่ขึ้นกับองค์ประกอบของสสารนั้นๆ เนื่องจากวัตถุต่างชนิดกันมีความหนาแน่นของสารสนเทศระดับอนุภาคไม่เท่ากัน 25 อย่างไรก็ตาม ผลการทดลองจากภารกิจ MICROSCOPE ซึ่งเป็นการวัดความเร่งของมวลทดสอบที่แตกต่างกันในวงโคจรโลก พบว่าไม่มีการละเมิดหลักความสมมูลอย่างอ่อน (Weak Equivalence Principle) ที่ระดับความแม่นยำ 4
การที่ MICROSCOPE ไม่พบแรงที่ห้านี้เป็น "ส่วนที่จะหักล้างทฤษฎี" ได้อย่างรุนแรงที่สุด เว้นเสียแต่ว่าสนามสารสนเทศจะมีกลไกการคัดกรอง (Screening Mechanisms) ดังนี้:
กลไก Chameleon: สนาม
จะมีมวลเพิ่มขึ้นอย่างมากในบริเวณที่มีความหนาแน่นของสสารสูง (เช่น ในระบบสุริยะ) ทำให้แรงที่ห้ามีระยะจำกัดจนไม่สามารถวัดได้ในห้องปฏิบัติการ แต่จะมีมวลน้อยมาก (
) ในอวกาศว่างเปล่าทำให้แรงนี้ขับเคลื่อนจักรวาลได้ 27
การรวมอันตรกิริยาแบบสากล (Universal Coupling): หากสนามสารสนเทศคู่ควบ (Couple) กับมวล-พลังงานทุกชนิดด้วยความแรงที่เท่ากันทุกประการ แรงที่ห้าจะแยกไม่ออกจากแรงโน้มถ่วงของ Einstein ซึ่งจะทำให้หลักความสมมูลยังคงเป็นจริงเสมอ 25
หากในอนาคตมีการทดลองที่ความแม่นยำสูงกว่า แล้วยังไม่พบร่องรอยของสนามสเกลาร์ใดๆ โอกาสที่สนามสารสนเทศจะเป็น TOE จะลดลงจนแทบเป็นศูนย์
4.2 การเปลี่ยนแปลงของค่าคงที่ฟิสิกส์ตามกาลเวลา
อีกหนึ่งวิธีการหักล้างคือการสังเกตการณ์ค่าคงที่พื้นฐาน เช่น ค่าคงที่แรงโน้มถ่วง () หรือค่าคงที่โครงสร้างละเอียด (
) ในทฤษฎีที่สารสนเทศมีพลวัต ค่าเหล่านี้มักถูกพยากรณ์ว่าเป็นฟังก์ชันของความหนาแน่นสารสนเทศในท้องถิ่น 31:
การวัดความเสถียรของนาฬิกาอะตอม (Atomic Clocks) และการศึกษาการสลายตัวของนิวเคลียสในอดีต (เช่น ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ธรรมชาติ Oklo) ให้ข้อจำกัดที่เข้มงวดมากว่าค่าเหล่านี้แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดหลายพันล้านปี 33 หากแบบจำลอง L-Model พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงที่มากกว่า ต่อปี มันจะถูกปัดตกทันทีจากข้อมูลจริงที่มีอยู่
5. ความขัดแย้งเชิงความร้อนและปัญหา "ข้อมูลที่หยุดนิ่ง"
แม้ในเชิงคณิตศาสตร์ L-Model จะดูลงตัว แต่ในเชิงอภิปรัชญาและฟิสิกส์เชิงสถิติ ยังมีข้อโต้แย้งที่อาจใช้เป็น "ส่วนที่จะหักล้าง" ทฤษฎีนี้ได้
5.1 การแยกแยะระหว่างพลังงานศักย์และเอนโทรปี
นักฟิสิกส์สายดั้งเดิมวิจารณ์ว่าเอนโทรปีหรือสารสนเทศเป็น "คุณสมบัติอุบัติการณ์" (Emergent Property) ที่อธิบายสถานะของระบบ ไม่ใช่ "พลังงานศักย์" (Potential Energy) ที่สะสมอยู่ในตัวเอง การพยายามเปลี่ยนความแปรผันของเอนโทรปี () ให้กลายเป็นมวล (
) ถูกมองว่าเป็นข้อผิดพลาดเชิงประเภท (Category Error) 35 ในระบบเทอร์โมไดนามิกส์ทั่วไป การเพิ่มเอนโทรปีที่อุณหภูมิคงที่ไม่ได้ทำให้มวลพัก (Rest Mass) ของวัตถุเพิ่มขึ้น หาก L-Model ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าสารสนเทศสามารถเก็บกักพลังงานได้จริงในระดับกลไกควอนตัม ทฤษฎีนี้ก็จะขาดรากฐานที่น่าเชื่อถือ
5.2 สารสนเทศที่ "สด" เทียบกับสารสนเทศที่ "แช่แข็ง"
กฎของ Landauer เกี่ยวข้องกับการ "ลบ" สารสนเทศที่มีผลต่อพลศาสตร์ของระบบ (Active Information) แต่สารสนเทศที่ถูกเก็บไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ที่ไม่ได้ใช้งาน หรือสารสนเทศเกี่ยวกับตำแหน่งของอะตอมในก้อนหิน (Frozen Data) อาจไม่ได้มีความเชื่อมโยงทางพลังงานในลักษณะเดียวกัน 35 หาก L-Model เหมาเข่งว่าสารสนเทศทุกชนิดมีผลต่อความโค้งของกาลอวกาศ มันจะนำไปสู่ความหนาแน่นพลังงานที่สูงเกินจริงอย่างมหาศาล (The Vacuum Catastrophe) ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่ QFT เจอในการทำนายค่าคงที่จักรวาลที่ผิดพลาดไป 120 อันดับความสำคัญ 13
6. บทสรุป: อนาคตของ L-Model ในฐานะทฤษฎีสรรพสิ่ง
จากการวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน จักรวาลวิทยาในยุคปัจจุบันกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ข้อมูลจาก DESI ได้เปิดช่องว่างให้สนามที่มีพลวัตอย่างสนามสารสนเทศ () เข้ามามีบทบาทแทนที่ค่าคงที่จักรวาลที่แข็งทื่อ 3 ตัวเลขมวลสนามที่ระดับ
คือรอยต่อที่เชื่อมโยงระหว่างอนุภาคที่เบาที่สุดกับขนาดที่ใหญ่ที่สุดของจักรวาล
เพื่อที่จะยืนยัน L-Model ในฐานะ TOE ขั้นต่อไปที่จำเป็นคือ:
การจำลองแบบคู่ควบ (Coupled Simulation): ต้องมีการแก้สมการ Einstein-Klein-Gordon ในระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง เพื่อดูว่าสนามสารสนเทศส่งผลต่อการก่อตัวของกาแล็กซีอย่างไร หากมันช่วยอธิบายปัญหาการหมุนของกาแล็กซีได้โดยไม่ต้องมีสารมืด (Dark Matter) นี่จะเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 38
การทดสอบมวลของบิตในห้องปฏิบัติการ: หากการทดลองของ Vopson ที่ใช้เครื่องชั่ง Kibble Balance หรือ Interferometer ตรวจพบว่าอุปกรณ์ที่มีข้อมูลเต็มมีน้ำหนักมากกว่าอุปกรณ์ที่ว่างเปล่าจริง (ที่ระดับ
) มันจะเป็นการยืนยันครั้งประวัติศาสตร์ว่าสารสนเทศคือ "สสารชนิดที่ห้า" 16
อย่างไรก็ตาม หากการสำรวจในอนาคตจาก Euclid หรือ Rubin Observatory พบว่า กลับมาที่
อย่างแม่นยำ หรือการทดลองระดับอะตอมพบว่าความล่าช้าของเฟสไม่เป็นไปตามที่สนามสารสนเทศทำนายไว้ เราก็ต้องกล้าที่จะปัดตกทฤษฎีสนามสารสนเทศและกลับไปค้นหาความจริงในกรอบอื่นต่อไป เพราะในทางวิทยาศาสตร์ ความสวยงามของสมการไม่เคยสำคัญเท่ากับความสอดคล้องกับความจริงของธรรมชาติ 42 การเดินทางของ L-Model จึงเป็นเสมือนสะพานที่ทอดยาวระหว่างบิตของข้อมูลและความโค้งของดวงดาว ซึ่งรอคอยเพียงการพิสูจน์ที่เด็ดขาดเพียงครั้งเดียวจากจักรวาลเอง
ผลงานที่อ้างอิง
Bacteria to AI 9780226835983, 9780226837475, 9780226837468 - DOKUMEN.PUB, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://dokumen.pub/bacteria-to-ai-9780226835983-9780226837475-9780226837468.html
Wild Study Claims Gravity Is Proof The Universe Is A Big Computer Simulation, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://hothardware.com/news/study-claims-gravity-supports-simulation-theory
DESI DR2 Results: March 19 Guide, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.desi.lbl.gov/2025/03/19/desi-dr2-results-march-19-guide/
M I C R O S C O P E Mission: Final Results of the Test of the Equivalence Principle | Request PDF - ResearchGate, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.researchgate.net/publication/363553495_M_I_C_R_O_S_C_O_P_E_Mission_Final_Results_of_the_Test_of_the_Equivalence_Principle
Gravitational interactions with information dynamics - Frontiers, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.frontiersin.org/journals/astronomy-and-space-sciences/articles/10.3389/fspas.2025.1647284/pdf
Scalar Dark Energy Models and Scalar-Tensor Gravity: Theoretical Explanations for the Accelerated Expansion of Present Universe - arXiv, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/html/2406.04954v1
Bayesian model selection on scalar ε-field dark energy - UNAM, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.fis.unam.mx/~javazquez/papers/36_e_field_Dark_Energy.pdf
Could gravity be evidence that the universe is a computer simulation? My new study suggests so, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.port.ac.uk/news-events-and-blogs/blogs/space-cosmology-and-the-universe/could-gravity-be-evidence-that-the-universe-is-a-computer-simulation-my-new-study-suggests-so
Evidence for Dark Energy Driven by Star Formation: Information Dark Energy? - MDPI, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.mdpi.com/1099-4300/27/2/110
Comparing the scalar-field dark energy models with recent observations - arXiv.org, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/pdf/2109.02453
A Dynamical Scalar Field Model for Dark Energy: Addressing the Hubble Tension and Cosmic Evolution - arXiv, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/html/2511.10317v1
Planck 2018 results: VI. Cosmological parameters, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://oar.princeton.edu/handle/88435/pr1zw18s0b
Dark energy - Wikipedia, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://en.wikipedia.org/wiki/Dark_energy
The Paths of Quintessence - OSTI.GOV, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.osti.gov/servlets/purl/918913
Dynamical Dark Sector: A Joint Two-Scalar-Field Model for Dark Matter and Quintessence, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.preprints.org/manuscript/202512.0334/v1
The mass-energy-information equivalence principle | AIP Advances, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://pubs.aip.org/aip/adv/article/9/9/095206/1076232/The-mass-energy-information-equivalence-principle
Estimation of the information contained in the visible matter of the universe | AIP Advances, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://pubs.aip.org/aip/adv/article/11/10/105317/661214/Estimation-of-the-information-contained-in-the
On the similarity of Information Energy to Dark Energy 1 Introduction. - arXiv.org, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/pdf/astro-ph/0603084
Paul GOUGH | Professor Emeritus | Doctor of Philosophy | University of Sussex, Brighton | Research profile - ResearchGate, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.researchgate.net/profile/Paul-Gough-4
The universe might be changing: New DESI data shows dark energy may evolve over time, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.ohio.edu/news/2025/03/universe-might-be-changing-new-desi-data-shows-dark-energy-may-evolve-over-time
Dynamical Dark Energy and DESI - CERN Indico, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://indico.cern.ch/event/1556736/contributions/6618979/attachments/3126584/5545707/Dynamical%20Dark%20Energy%20and%20DESI.pdf
A Dynamic Dark Energy Consistent with DESI and DES - Preprints.org, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.preprints.org/manuscript/202506.2213
Information Dark Energy Matches DESI and DES Measured Parameters But Has Not Reached a Maximum Yet - Preprints.org, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.preprints.org/manuscript/202512.2078
Evidence for Dark Energy Driven by Star Formation - PMC - NIH, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11854907/
Constraining the attractive fifth force in the general free scalar–tensor gravity with solar system experiments - ResearchGate, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.researchgate.net/publication/379718428_Constraining_the_attractive_fifth_force_in_the_general_free_scalar-tensor_gravity_with_solar_system_experiments
[1502.03888] Atom-interferometry constraints on dark energy - arXiv.org, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/abs/1502.03888
Frequency shifts induced by light scalar fields - reposiTUm, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://repositum.tuwien.at/bitstream/20.500.12708/207070/1/Kaeding-2025-Physics%20of%20the%20Dark%20Universe-vor.pdf
[1306.6401] Screening the fifth force in the Horndeski's most general scalar-tensor theories, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/abs/1306.6401
Constraints on DBI dark energy with chameleon mechanism - arXiv, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/html/2508.05436v1
Unveiling dark fifth forces with linear cosmology - arXiv.org, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/html/2204.08484v4
Theoretical Foundation for the Podkletnov Effect in the Universal Model Framework - ResearchGate, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.researchgate.net/profile/Marco-Gericke-2/publication/398951998_Information-Theoretic_Anti-Gravity_Propulsion_Theoretical_Foundation_for_the_Podkletnov_Effect_in_the_Universal_Model_Framework_Version_3/links/6949570506a9ab54f84921e6/Information-Theoretic-Anti-Gravity-Propulsion-Theoretical-Foundation-for-the-Podkletnov-Effect-in-the-Universal-Model-Framework-Version-3.pdf
Scalar relics from the hot Big Bang - arXiv.org, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/html/2410.22409v2
[PDF] Constraints on the variation of physical constants, equivalence principle violation, and a fifth force from atomic experiments | Semantic Scholar, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.semanticscholar.org/paper/6793db9776510e75103499669f3f6a4a54004082
Equivalence principle - Wikipedia, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://en.wikipedia.org/wiki/Equivalence_principle
On the Supposed Mass of Entropy and That of Information - PMC - NIH, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11048803/
Chapter 4: Does Information Have Mass? A Review of Melvin Vopson's Claims, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.worldscientific.com/doi/10.1142/9789811294921_0004
GGToE Core PAPER III OF III Empirical Signatures and Open Problem Resolutions Dark Energy Fine-Tuning - ResearchGate, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.researchgate.net/publication/401019127_GGToE_Core_PAPER_III_OF_III_Empirical_Signatures_and_Open_Problem_Resolutions_Dark_Energy_Fine-Tuning
Extending the Quantum Memory Matrix to Dark Energy: Residual Vacuum Imprint and Slow-Roll Entropy Fields | Request PDF - ResearchGate, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.researchgate.net/publication/395512102_Extending_the_Quantum_Memory_Matrix_to_Dark_Energy_Residual_Vacuum_Imprint_and_Slow-Roll_Entropy_Fields
(PDF) Multi-Agent Entropic Gravity Model (MEGAM): A Unified Framework Integrating Information Physics, Entropic Gravity, and Multi-Agent Dynamics Theoretical Framework and Mathematical Formulation Claudio Torbinio - ResearchGate, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://www.researchgate.net/publication/400394697_Multi-Agent_Entropic_Gravity_Model_MEGAM_A_Unified_Framework_Integrating_Information_Physics_Entropic_Gravity_and_Multi-Agent_Dynamics_Theoretical_Framework_and_Mathematical_Formulation_Claudio_Torbin
A proposed experimental test for the mass-energy-information equivalence principle - University of Portsmouth Research Portal, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://researchportal.port.ac.uk/en/clippings/a-proposed-experimental-test-for-the-mass-energy-information-equi/
The mass-energy-information equivalence principle - University of Portsmouth, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://researchportal.port.ac.uk/en/publications/the-mass-energy-information-equivalence-principle
Falsifiability - Wikipedia, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://en.wikipedia.org/wiki/Falsifiability
The fallacies of ΛCDM falsifications - arXiv.org, เข้าถึงเมื่อ มีนาคม 16, 2026 https://arxiv.org/html/2505.06244v1
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น